กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน
(ASEAN Framework
Agreement on the Facilitation of Goods in Transit)
ความเป็นมา
1. รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ร่วมกันลงนามกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 6 (ASEAN Summit) ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
เดือนธันวาคม 2541 ความตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
ให้มีระบบการขนส่งผ่านแดนที่มีประสิทธิภาพ
ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน
สาระสำคัญของความตกลงฯ
1.1 กรอบความตกลงฉบับนี้ใช้กับการขนส่งสินค้าผ่านแดน
(Goods in transit) เท่านั้น สำหรับการขนส่งสินค้าข้ามแดน (Inter-state)
จะจัดทำเป็นกรอบความตกลงอีกฉบับแยกต่างหาก
1.2 ภาคีคู่สัญญาจะได้รับสิทธิพิเศษในการขนส่งผ่านแดนโดยได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีและค่าบริการอื่นๆ
เว้นแต่ที่เก็บเพื่อบริการเฉพาะอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งดังกล่าว
1.3 ภาคีคู่สัญญาจะกำหนดเส้นทางการขนส่งสินค้าผ่านแดนโดยจัดทำพิธีสารแนบท้ายความตกลงฯ
1.4 ภาคีคู่สัญญาจะกำหนดสถานที่ทำการชายแดน
ณ จุดชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งผ่านแดน
1.5 ภาคีคู่สัญญาจะดำเนินการเพื่อประสานกฎระเบียบจราจรใช้บังคับในดินแดนของตนให้เป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนปี
ค.ศ. 1968 และอนุสัญญาว่าด้วยป้ายและสัญญาณทางถนนปี
ค.ศ. 1968
1.6 พาหนะที่ใช้ในการขนส่งผ่านแดนทางถนนจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคของรถเกี่ยวกับขนาดรถ น้ำหนักรถ น้ำหนักบรรทุกสูงสุด
การปล่อยไปเสีย ตามที่กำหนดไว้ในพิธีสารแนบท้ายกรอบความตกลงฯ
1.7 ภาคีคู่สัญญาจะยอมรับหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถซึ่งใช้ในการขนส่งผ่านแดนที่ออกให้โดยภาคีคู่สัญญาอื่นตามความตกลงว่าด้วยการยอมรับหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถที่ใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับรถบรรทุกสินค้าและรถบริการสาธารณะที่ออกโดยประเทศสมาชิกอาเซียน
1.8 ภาคีคู่สัญญาจะยอมรับใบอนุญาตขับขี่รถซึ่งออกให้โดยภาคีคู่สัญญาอื่นตามความตกลงว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับขี่ภายในประเทศที่ออกให้โดยประเทศสมาชิกอาเซียน
1.9 รถที่วิ่งเข้าดินแดนของภาคีคู่สัญญาอื่นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการประกันภัยรถในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบุคคลที่สาม
1.10 ภาคีคู่สัญญาจะจัดตั้งระบบศุลกากรผ่านแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าในดินแดนตน
1.11 ภาคีคู่สัญญาจะจัดตั้งมาตรการเกี่ยวกับการตรวจโรคในคนและพืช
โดยกำหนดรายละเอียดในพิธีสารแนบท้ายกรอบความตกลง
1.12 ความตกลงนี้ไม่อนุญาตให้ทำการขนส่งสินค้าอันตรายผ่านแดน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตพิเศษจากภาคีคู่สัญญาผู้รับ
1.13 ความตกลงนี้ไม่อนุญาตให้ทำการขนส่งสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าที่ถูกจำกัดผ่านดินแดนภาคีคู่สัญญา
1.14 ภาคีคู่สัญญาจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่าย
1.15 ภาคีคู่สัญญาจะต้องใช้กฎหมายและระเบียบภายในประเทศเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอย่างเท่าเทียม
โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อการขนส่งผ่านแดน
1.16 พาหนะที่ใช้ในการขนส่งของภาคีคู่สัญญา รวมทั้งบุคคลและสินค้า เมื่ออยู่ในดินแดนของภาคีคู่สัญญาอื่น
ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบภายในประเทศที่ใช้บังคับในดินแดนนั้น
1.17 หากพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
รวมทั้งบุคคลและสินค้าของภาคีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเกิดอุบัติเหตุในการจราจรในดินแดนของภาคีคู่สัญญาอื่น ภาคีคู่สัญญาอื่นนั้นจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่พาหนะ รวมทั้งบุคคลและสินค้า และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของภาคีคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว
1.18 ให้จัดตั้งคณะกรรมการประสานการขนส่งผ่านแดนแห่งชาติ
(National Transit Transport Coordinating Committee)
ในภาคีคู่สัญญา เพื่อให้มีการประสานงานและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
1.19 ให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการบริหารการประสานการขนส่งผ่านแดน
(Transit Transport Coordinating Board) ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากภาคีคู่สัญญาแต่ละฝ่าย
รวมทั้งผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อทำหน้าที่ดูแลการประสานงานและดำเนินการตามความตกลงฯในภาพรวม
1.20 การระงับข้อพิพาทระหว่างภาคีคู่สัญญา ให้ใช้บทบัญญัติแห่งความตกลงอาเซียนว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท
ซึ่งจัดทำขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539
1.21 กรอบความตกลงนี้หรือการปฏิบัติตามกรอบความตกลงนี้จะไม่กระทบสิทธิและข้อผูกพันที่ภาคีคู่สัญญามีภายใต้ความตกลงหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศใดๆ
ซึ่งภาคีคู่สัญญาเป็นสมาชิกอยู่
1.22 กรอบความตกลงนี้จะมีผลใช้บังคับ
เมื่อภาคีคู่สัญญาทั้งหมดได้ส่งหนังสือสัตยาบันหรือสารการยอมรับให้เลขาธิการอาเซียนเก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ กรอบความตกลงนี้ห้ามทำข้อสงวนไม่ว่าในเวลาลงนามหรือให้สัตยาบัน
1.23 ภายหลังการลงนามกรอบความตกลงฯ คณะทำงานอาเซียนที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดทำพิธีสารแนบท้ายความตกลงฯ
9 ฉบับ ดังนี้
พิธีสารฉบับที่ 1 เรื่องการกำหนดเส้นทางการขนส่งผ่านแดนและจุดอำนวยความสะดวก (Designation
of Transit Transport Routes and Facilities)
พิธีสารฉบับที่ 2 เรื่องการกำหนดด่านพรมแดนสำหรับเข้า-ออก
(Designation of
Frontier Posts)
พิธีสารฉบับที่ 3 เรื่องประเภทและปริมาณของรถ
(Types and Quantity of Road Vehicles)
พิธีสารฉบับที่
4 เรื่องข้อกำหนดทางเทคนิคของรถ
(Technical Requirements of Vehicles)
พิธีสารฉบับที่ 5 เรื่องแผนแห่งกลุ่มประเทศอาเซียนว่าด้วยการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (ASEAN Scheme of
Compulsory Motor Vehicle Insurance)
พิธีสารฉบับที่ 6 เรื่องจุดผ่านแดนสำหรับรถไฟและสถานีชุมทาง
(Railways Border and Interchange Stations)
พิธีสารฉบับที่ 7 เรื่องระบบศุลกากรในการผ่านแดน (Customs
Transit System)
พิธีสารฉบับที่
8 เรื่องมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช
(Sanitary and Phytosanitary Measures)
พิธีสารฉบับที่ 9 เรื่องสินค้าอันตราย (Dangerous
goods)
2. ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 6 ในเดือนธันวาคม 2541
ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบกับแผนปฏิบัติการฮานอย
(Hanoi Plan of Action : HPA) ด้านการขนส่ง ซึ่งกำหนดให้ประเทศอาเซียนเริ่มดำเนินการตามกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน
ภายในปี 2543 (ค.ศ.2000) โดยให้ดำเนินการจัดทำพิธีสารที่เกี่ยวข้องทั้ง
9 ฉบับ ให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนธันวาคม ปี 2542 (ค.ศ.1999)
สถานการณ์ปัจจุบัน
3. ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกได้ให้สัตยาบันกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดนแล้ว และได้ลงนามในพิธีสารแนบท้าย 4 ฉบับ ได้แก่ พิธีสารฉบับที่ 3 เรื่องประเภท
และปริมาณของรถ และ พิธีสารฉบับที่ 4
เรื่องข้อกำหนดทางเทคนิคของรถ โดยรัฐมนตรีขนส่งอาเซียนได้ลงนามในการประชุมรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน
(ATM) ครั้งที่
5 เมื่อเดือนกันยายน 2542 พิธีสารฉบับที่
5 เรื่องแผนแห่งกลุ่มประเทศอาเซียนว่าด้วยการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
(ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance) โดยรัฐมนตรีคลังอาเซียนได้ลงนามในการประชุม AFMM
ครั้งที่ 5 เมื่อเดือน เมษายน 2544 และพิธีสารฉบับที่ 8 เรื่องมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช
โดยรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้ของอาเซียนได้ลงนามในการประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน
(AMAF) ครั้งที่
22 เมื่อเดือนตุลาคม 2543 สำหรับพิธีสารที่เหลืออีก
5 ฉบับอยู่ระหว่างดำเนินการร่างของหน่วยงานต่างๆ ของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
4.
พิธีสารฉบับที่ 1 เรื่องการกำหนดเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านแดน และสิ่งอำนวยความสะดวก
ซึ่งเดิมกำหนดเสนอให้ที่ประชุม ATM ครั้งที่ 5 เดือนกันยายน 2542 ลงนาม แต่ไม่สามารถลงนามได้นั้น
เนื่องจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ตกลงกันไม่ได้เรื่องการกำหนดเส้นทางขนส่งผ่านแดน โดยมาเลเซียจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผ่านแดนใช้เส้นทางในการเดินทางเข้าสู่สิงคโปร์เพียงเส้นทางเดียว
(ด้าน Second Link) ในขณะที่สิงคโปร์ต้องการให้มาเลเซียเปิดจุดผ่านแดนทั้งสองจุด (รวมผ่านแดนด้าน Johor Bahru ด้วย)
เพื่อให้ทางเลือกแก่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผ่านแดนของอาเซียน
ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาทวิภาคีเพื่อหาข้อยุติที่ยอมรับร่วมกันได้
โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในพิธีสารฉบับนี้ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน (ASEAN
Transport Ministers Meeting) ครั้งที่
8 ในเดือนตุลาคม 2545